การปรับตัว ทัศนคติ และผลลัพธ์ในโลกดิจิทัล
มนุษย์ Gen X หรือ “Generation X” (ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508-2523) เป็นกลุ่มประชากรที่โดดเด่นในการเป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างยุคอนาล็อกและยุคดิจิทัล การก้าวเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้นำเสนอทั้งโอกาสและความท้าทายที่ไม่เหมือนใครสำหรับคนกลุ่มนี้ บทความนี้จะเจาะลึกถึงลักษณะการปรับตัว การใช้งาน ข้อกังวล และผลลัพธ์จริงที่ Gen X มีต่อเทคโนโลยี AI
โอกาสและความแข็งแกร่งของ Gen X ในยุค AI
ความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี: Gen X เติบโตมากับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล ทำให้มีความคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI
การประยุกต์ใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์: คนกลุ่มนี้มีความสนใจในการนำ AI มาช่วยบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น โดยผู้นำ Gen X ควรใช้ AI เพื่อแก้ไขปัญหาหลักขององค์กรและเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ความกล้าในการเรียนรู้และปรับตัว: แม้จะไม่ได้เป็น Digital Natives โดยตรง แต่ Gen X มีทัศนคติที่ยืดหยุ่นและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ (Upskill และ Reskill) เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พวกเขากล้าที่จะลองใช้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและในการทำงาน
การใช้งาน AI เพื่อสุขภาพและความปลอดภัย: Gen X มักใช้ AI ในด้านสุขภาพและการแพทย์ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงการนำ AI มาใช้ในมิติที่เป็นประโยชน์และตรงกับความต้องการพื้นฐาน
(posttoday.com)
ข้อกังวลและความท้าทายที่ Gen X มีต่อ AIความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล: เป็นข้อกังวลอันดับต้น ๆ สำหรับ Gen X เมื่อต้องใช้ AI ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล(posttoday.com)
ความกังวลด้านค่าใช้จ่าย: ราคาของเทคโนโลยี AI ที่อาจสูงเกินไปเป็นอีกหนึ่งข้อกังวลที่ทำให้การเข้าถึงและการใช้งานอาจไม่ทั่วถึง(posttoday.com)
ความเชื่อมั่นต่อ AI ที่ยังต่ำ: Gen X มีความเชื่อมั่นว่า AI เป็นกลางและถูกต้องในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยผลสำรวจระบุว่าอยู่ที่ร้อยละ 35 ซึ่งต่ำกว่า Gen Y และ Gen Z อย่างมีนัยสำคัญ(krungsri.com)
ช่องว่างระหว่างวัยในองค์กร: ในองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย มักเกิดปัญหาช่องว่างระหว่างวัย รวมถึงมุมมองและความเชี่ยวชาญในการใช้ AI ที่แตกต่างกันของพนักงานแต่ละกลุ่ม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI มาปรับใช้ในภาพรวม
(Summary Report)
ผลลัพธ์และการใช้งาน AI ในโลกจริงของ Gen Xผลสำรวจจาก BBDO Bangkok และข้อมูลจาก Thairath Money ชี้ว่า Gen X มักใช้ AI ในด้านสุขภาพและการแพทย์ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน โดยมีการใช้งาน เช่น การสแกนอีเมลเพื่อตรวจจับเนื้อหาที่น่าสงสัย หรือการตรวจจับอุบัติเหตุในบ้าน โดยคิดเป็นร้อยละ 35.2 ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในการใช้งาน AI ของกลุ่ม Gen X(cathcarttechnology.co.th, posttoday.com, thairath.co.th)
ประมาณ 53% ของ Gen X เคยลองใช้ AI และมีความสนใจในการนำ AI มาช่วยบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น(ashift.ai)
ในภาพรวมของคนไทย ผลสำรวจของ BBDO Bangkok ยังระบุว่าคนไทยกว่า 73.84% ได้ใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิตประจำวัน โดยคนที่มีรายได้น้อยกว่า 25,000 บาท มีแนวโน้มที่จะใช้ AI น้อยกว่าคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป
(posttoday.com)
สำหรับข้อกังวลโดยรวมของคนไทยต่อ AI เพศหญิงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวเป็นเหตุผลหลัก (44.23%) ในขณะที่เพศชายกังวลเรื่อง AI มีราคาสูงเกินไป (32%)(posttoday.com)
สถานการณ์ทางธุรกิจปัจจุบันที่บริษัทไทยมีการเลิกกิจการถึง 3,107 รายในไตรมาสแรกของปี 2568(dbd.go.th, อ้างอิงจาก Lemon8 – Puff.Onlinemag)
ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการที่ผู้นำ Gen X ต้องใช้ AI อย่างชาญฉลาดเพื่อแก้ปัญหาองค์กรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แทนการเติบโตแบบ Hyper-growth ที่ไม่ยั่งยืน(lemon8-app.com – Puff.Onlinemag)
สรุปและมุมมองเชิงปฏิบัติ
มนุษย์ Gen X กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างเต็มศักยภาพ แม้จะมีความกังวลในด้านความปลอดภัยของข้อมูลและค่าใช้จ่าย รวมถึงความเชื่อมั่นใน AI ที่ยังไม่สูงนัก แต่การเปิดรับ การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ (Upskill และ Reskill) และการนำ AI มาใช้แก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการบริหารจัดการองค์กร จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ Gen X สามารถรับมือและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ การที่ผู้นำ Gen X สามารถผสาน AI เข้ากับการทำงานและสื่อสารผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยและนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนในอนาคต