ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย” อย่างเป็นทางการแล้ว และกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วสู่การเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตส่วนบุคคลและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความท้าทายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการของประเทศโดยรวม

จากสังคมสูงวัยสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด: ไทม์ไลน์ที่สำคัญ

การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างชัดเจน:

  • สังคมสูงวัย (Aging Society): ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่สถานะนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 (2005) ซึ่งเป็นช่วงที่สัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด
  • สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society): ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยข้อมูลส่วนใหญ่ชี้ไปที่ช่วงปี พ.ศ. 2565 (2022), พ.ศ. 2566 (2023) หรือ พ.ศ. 2567 (2024) ในขั้นนี้ สัดส่วนประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
  • สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society): เป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าไปสู่ โดยคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่ภาวะนี้ภายในปี พ.ศ. 2573 (2030) หรือ พ.ศ. 2574 (2031) ซึ่งหมายถึงการที่สัดส่วนประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจะสูงถึงร้อยละ 28 หรือมากกว่านั้น และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2576 สัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด

สถานการณ์ปัจจุบันจึงบ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในการรับมือกับประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนำมาซึ่งผลกระทบและความท้าทายในหลากหลายมิติ