เปรียบเทียบดอกเบี้ยเงินกู้ลดต้นและไม่ลดต้น
การวิเคราะห์วิธีการคำนวณ (Calculation Method Analysis) 1
เอกสารฉบับนี้เป็นการเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ 2
วิธีที่ ก: เงินกู้แบบลดต้นลดดอก (Reducing Balance Loan) 3
คำอธิบายเบื้องต้น 4วิธีนี้จะคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ เวลาที่ทำการคำนวณ 5
หลักการ 6
- ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณเฉพาะจากยอดเงินต้นค้างชำระที่ยังไม่ได้จ่ายคืนเท่านั้น 7
- เมื่อผู้กู้ชำระเงินต้นคืน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดๆ ไปจะลดลง 8
วิธีการคำนวณ 9
- ในแต่ละงวดการชำระ (เช่น รายเดือน) ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ สิ้นงวดก่อนหน้า
- ค่างวดรายเดือนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ดอกเบี้ย และ เงินต้น
- ในช่วงแรก สัดส่วนของดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะสูงกว่าส่วนของเงินต้น
- เมื่อมีการชำระเงินเข้ามา ยอดเงินต้นจะลดลง ส่งผลให้ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยลดลง และส่วนที่เป็นการชำระเงินต้นเพิ่มสูงขึ้นในงวดต่อๆ ไป 1
ตัวอย่าง (สมมติอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี) 1
- เงินต้น: 500,000 บาท
- ระยะเวลา: 5 ปี (60 งวด)
- อัตราดอกเบี้ยรายเดือน: 6% / 12 = 0.5%
- การคำนวณค่างวดรายเดือน: ใช้สูตร PMT สำหรับการผ่อนชำระ
- ค่างวดรายเดือน: ประมาณ 9,666.40 บาท
- ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา: ประมาณ 79,984 บาท
ข้อดี 2
- ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงเมื่อยอดเงินต้นลดลง
- ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายตลอดอายุสัญญาน้อยกว่าเงินกู้แบบอัตราคงที่
- การชำระเงินต้นเพิ่มเติม (การโปะ) จะช่วยลดดอกเบี้ยรวมและทำให้ระยะเวลาการกู้สั้นลงอย่างมาก 2
วิธีที่ ข: เงินกู้แบบอัตราคงที่ (Flat Rate Loan) 2
คำอธิบายเบื้องต้น วิธีนี้จะคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นเต็มจำนวนเริ่มต้น ตลอดระยะเวลาการกู้ยืม 2
หลักการ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเงินกู้เต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก โดยไม่สนใจว่าจะมีเงินต้นส่วนใดที่ถูกชำระคืนไปแล้วในแต่ละงวด 2
วิธีการคำนวณ 3
- ดอกเบี้ยทั้งหมดตลอดอายุสัญญาจะถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าจากเงินต้นเริ่มต้น
- ดอกเบี้ยรวมนี้จะถูกนำไปรวมกับเงินต้นเริ่มต้นเพื่อกำหนดสัดส่วนยอดชำระรวมทั้งหมด
- ยอดชำระรวมจะถูกแบ่งจ่ายเท่าๆ กันในทุกงวด 3
ตัวอย่าง (สมมติอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี) 3
- เงินต้น: 500,000 บาท
- ดอกเบี้ยต่อปี: 500,000 x 6% = 30,000$ บาท
- ดอกเบี้ยรวม 5 ปี: 30,000 x 5 = 150,000 บาท
- ค่างวดรายเดือน: 10,833.33 บาท (650,000 บาท / 60 เดือน)
- ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา: 150,000 บาท 3
ข้อเสีย 4
- ผู้กู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าวิธีลดต้นลดดอกอย่างมาก เพราะดอกเบี้ยคำนวณจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดเวลา
- การชำระเงินต้นเพิ่มเติม (การโปะ) มักให้ประโยชน์น้อยหรือไม่มีผลในการลดภาระดอกเบี้ยรวม เนื่องจากดอกเบี้ยถูกกำหนดไว้ตายตัวตั้งแต่ต้นแล้ว 4
บทสรุปการวิเคราะห์เปรียบเทียบ 4
- หลักการคำนวณ: แบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือ 44ส่วนแบบคงที่คิดจากเงินต้นเริ่มต้นเสมอ
- ดอกเบี้ยรวม: วิธีลดต้นลดดอกมีภาระดอกเบี้ยต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (ประมาณ 79,984 บาท เทียบกับ 150,000 บาท ณ อัตรา 6%)
- ความโปร่งใส: วิธีลดต้นลดดอกมีความโปร่งใสมากกว่า เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ระบุใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ในขณะที่แบบอัตราคงที่อาจทำให้เข้าใจผิดได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) จะสูงกว่าอัตราที่ระบุไว้มาก 4
- ความคุ้มค่า: วิธีลดต้นลดดอกให้ประโยชน์แก่ผู้กู้มากกว่าอย่างมหาศาล ทั้งในด้านต้นทุนที่ต่ำกว่าและความยืดหยุ่นในการปิดหนี้ก่อนกำหนด
ห์วิธีการคํานวณ (Calculation Method Analysis)
เอกสารฉบับนี้เป็นการเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการคํานวณดอกเบี้ยเงินกู ้
วิธีที่ ก: เงินกู ้แบบลดต้นลดดอก (Reducing Balance Loan)
คําอธิบายเบื้องต้น
วิธีนี้จะคํานวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ เวลาที่ทําการ คํานวณ
หลักการ
● ดอกเบี้ยจะถูกคํานวณเฉพาะจากยอดเงินต้นค้างชําระที่ยังไม่ได้จ่ายคืนเท่านั้น
● เมื่อผู ้กู ้ชําระเงินต้นคืน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดๆ ไปจะลดลง
วิธีการคํานวณ
● ในแต่ละงวดการชําระ (เช่น รายเดือน) ดอกเบี้ยจะถูกคํานวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ สิ้นงวดก่อนหน้า
● ค่างวดรายเดือนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ดอกเบี้ย และ เงินต้น
● ในช่วงแรก สัดส่วนของดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะสูงกว่าส่วนของเงินต้น
● เมื่อมีการชําระเงินเข้ามา ยอดเงินต้นจะลดลง ส่งผลให้ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยลดลง และ ส่วนที่เป็นการชําระเงินต้นเพิ่มสูงขึ้นในงวดต่อๆ ไป
ตัวอย่าง (สมมติอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี)
● เงินต้น: 500,000 บาท 15 ● ระยะเวลา: 5 ปี (60 งวด) 16
● อัตราดอกเบี้ยรายเดือน: 6% / 12 = 0.5%
● การคํานวณค่างวดรายเดือน: ใช้สูตร PMT สําหรับการผ่อนชําระ
● ค่างวดรายเดือน: ประมาณ 9,666.40 บาท
● ดอกเบี ้ยรวมตลอดอายุสัญญา: ประมาณ 79,984 บาท
ข้อดี
● ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงเมื่อยอดเงินต้นลดลง
● ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายตลอดอายุสัญญาน้อยกว่าเงินกู้แบบอัตราคงที่
● การชําระเงินต้นเพิ่มเติม (การโปะ) จะช่วยลดดอกเบี้ยรวมและทําให้ระยะเวลาการกู้สั้นลงอย่างมาก วิธีที่ ข: เงินกู ้แบบอัตราคงที่ (Flat Rate Loan)
คําอธิบายเบื้องต้น วิธีนี้จะคํานวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นเต็มจํานวนเริ่มต้น ตลอดระยะ เวลาการกู้ยืม
หลักการ
ดอกเบี้ยจะถูกคํานวณจากยอดเงินกู ้เต็มจํานวนตั ้งแต่วันแรก โดยไม่สนใจว่าจะ มีเงินต้นส่วนใดที่ถูกชําระคืนไปแล้วในแต่ละงวด
วิธีการคํานวณ
● ดอกเบี้ยทั ้งหมดตลอดอายุสัญญาจะถูกคํานวณไว้ล่วงหน้าจากเงินต้นเริ่มต้น
● ดอกเบี้ยรวมนี้จะถูกนําไปรวมกับเงินต้นเริ่มต้นเพื่อกําหนดสัดส่วนยอดชําระรวม ทั้งหมด
● ยอดชําระรวมจะถูกแบ่งจ่ายเท่าๆ กันในทุกงวด
ตัวอย่าง (สมมติอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี) 34
● เงินต้น: 500,000 บาท
● ดอกเบี้ยต่อปี: 500,000 \ปี 6% = 30,000 บาท
● ดอกเบี้ยรวม 5 ปี: 30,000 \ปี 5 = 150,00 บาท
● ค่างวดรายเดือน: 10,833.33 บาท (650,000 บาท / 60 เดือน)
● ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา: 150,000 บาท
ข้อเสีย
● ผู้กู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าวิธีลดต้นลดดอกอย่างมาก เพราะดอกเบี้ยคํานวณจาก เงินต้นเต็มจํานวนตลอดเวลา
● การชําระเงินต้นเพิ่มเติม (การโปะ) มักให้ประโยชน์น้อยหรือไม่มีผลในการลดภาระ ดอกเบี้ยรวม เนื่องจากดอกเบี้ยถูกกําหนดไว้ตายตัวตั้งแต่ต้นแล้ว
บทสรุปการวิเคราะห์เปรียบเทียบ
1. หลักการคํานวณ: แบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือ 44ส่วนแบบคงที่คิด จากเงินต้นเริ่มต้นเสมอ
2. ดอกเบี ้ยรวม: วิธีลดต้นลดดอกมีภาระดอกเบี้ยตํ ่ากว่าอย่างมีนัยสําคัญ (ประมาณ 79,984 บาท เทียบกับ 150,000 บาท ณ อัตรา 6%)
3. ความโปร่งใส: วิธีลดต้นลดดอกมีความโปร่งใสมากกว่า เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ระบุ ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ในขณะที่แบบอัตราคงที่อาจทําให้ เข้าใจผิดได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) จะสูงกว่าอัตราที่ระบุไว้มาก
4. ความคุ้มค่า: วิธีลดต้นลดดอกให้ประโยชน์แก่ผู้กู้มากกว่าอย่างมหาศาล ทั้งในด้าน ต้นทุนที่ตํ่ากว่าและความยืดหยุ่นในการปิดหนี้ก่อนกําหนด