ขั้นตอนการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือการปลูกพืชไร้ดิน เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ระเบียงคอนโดหรือพื้นที่ข้างบ้าน เพราะช่วยให้คุณควบคุมปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำ ธาตุอาหาร แสง และอุณหภูมิ ได้อย่างเหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง พร้อมให้คุณเก็บเกี่ยวผักสดใหม่ได้เองที่บ้าน

เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ดผักทานใบยอดนิยม เช่น ผักสลัดหรือโหระพา โดยนำเมล็ด 1-2 เมล็ดหยอดลงในรอยกรีดของฟองน้ำขนาด 1×1 นิ้วที่ชุ่มน้ำแล้ว จากนั้นนำถาดเพาะเมล็ดไปเก็บในที่มืดประมาณ 2 คืนเพื่อกระตุ้นการงอก หลัง 2 คืนให้นำเมล็ดออกมาตากแดดยามเช้าประมาณ 5 วัน หมั่นฉีดสเปรย์น้ำและเติมน้ำให้ฟองน้ำชุ่มชื้น จนกระทั่งต้นกล้ามีใบจริงเล็กๆ 2 ใบ ในระหว่างนี้ให้เตรียมภาชนะปลูก เช่น กล่องโฟม โดยตัดแผ่นโฟมให้พอดีกับปากภาชนะและเจาะรูให้มีระยะห่างประมาณ 10 ซม. สำหรับวางถ้วยปลูก

ขั้นตอนถัดไปคือการเตรียมสารละลายธาตุอาหาร โดยผสมปุ๋ย A และ B ตามอัตราส่วนที่กำหนด (โดยทั่วไป 7 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร) แล้วเติมลงในภาชนะปลูกที่เตรียมไว้ ตรวจสอบค่า EC (ปริมาณสารอาหาร) ให้ได้ 1,400-1,700 µS/cm และค่า pH (ความเป็นกรด-ด่าง) ที่ประมาณ 6.0 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมต่อการดูดซึมธาตุอาหารของพืช เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบและรากเริ่มยาวพอสมควร ให้นำฟองน้ำที่มีต้นกล้าใส่ลงในถ้วยปลูก วางถ้วยปลูกลงในช่องที่เจาะบนแผ่นโฟม โดยให้ฟองน้ำต่ำกว่าก้นถ้วยเล็กน้อยเพื่อให้รากสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหาร จากนั้นนำแผ่นโฟมวางลอยบนภาชนะปลูก และนำไปตั้งในบริเวณที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 3-6 ชั่วโมงต่อวัน

สำหรับการดูแลรักษา หมั่นตรวจสอบระดับน้ำและเติมสารละลายธาตุอาหาร รวมถึงตรวจวัดค่า EC และ pH ให้คงที่อยู่เสมอ เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 25 วัน น้ำในภาชนะจะลดลง ให้เติมน้ำเปล่าลงไปครึ่งหนึ่งของภาชนะ และที่สำคัญ ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 2 วัน ควรถ่ายน้ำในภาชนะออกให้หมด แล้วเติมเฉพาะน้ำเปล่าลงไป เพื่อช่วยลดปริมาณไนเตรทในผักลง และคุณก็พร้อมเก็บเกี่ยวผักไฮโดรโปนิกส์สดใหม่ได้เมื่อมีอายุประมาณ 45 วัน โดยควรเก็บเกี่ยวในช่วงบ่ายที่มีแดดจัด ซึ่งเป็นช่วงที่ไนเตรทในผักจะต่ำลงตามธรรมชาติ